


· ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากปรับสูงขึ้นในติดต่อกันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงของการประกาศผลประกอบการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ขณะที่หุ้น Boeing และ General Electric ปรับร่วงลงกว่า 4% หลัง Bank of America Merrill Lynch ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของทั้งสองบริษัทจาก Buy เป็น Neutral เนื่องจากโศกนาฏกรรมที่เกิดกับเครื่องบินรุ่น 737 Max ทำให้สายการผลิตเครื่องบินรุ่นเดียวกันนี้ถูกเลื่อนออกไป 6 – 9 เดือน
ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิด -84 จุด หรือ 0.32% ที่ 26,341.02 จุด ขณะที่ ดัชนี S&P 500 ปิดบวกเล็กน้อยประมาณ 0.1% หรือ +3.03 จุด ที่ 2,895.77 จุด ส่วนดัชนี Nasdaq ปิด +0.2% หรือ 15.19 จุด ที่ 7,953.88 จุด
นักวิเคราะห์จาก Newton Advisors ระบุว่า ภาพรวมตลาดหุ้นยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง แต่เนื่องจากตลาดหุ้นได้ปรับสูงขึ้นชนกับแนวต้านและอยู่ในแดน Overbought จึงทำให้ตลาดหุ้นเมื่อคืนมีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างเบาบาง
· ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดทรงตัว ตามหุ้นสหรัฐฯที่ปิดค่อนข้างทรงตัว โดยดัชนี MSCI ที่ไม่รวมตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดทรงตัวแถว 541.38 จุด
ขณะที่ดัชนี Nikkei เปิด +0.13% นำโดยหุ้น Fanuc ที่ปรับสูงขึ้นถึง 2% ขณะที่ดัชนี Topic กลับเปิด -0.12%
ด้านดัชนี Kospi เปิด +0.11% นำโดยหุ้น LG Chem ที่เปิด +1%
· อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์ นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ระหว่าง 31.75-32.00 บาท/ดอลลาร์
· นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส Economic Intelligence Center (SCBEIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า สิ้นปี 62
เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากสิ้นปีก่อน โดยเป็นผลจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะชะลอลง การดำเนินนโยบายของเฟดที่ผ่อนคลายขึ้น สงครามการค้าที่มีแนวโน้มคลี่คลายลงต่อไป และดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่จะยังเกินดุลในระดับสูง ซึ่ง SCB EIC ประเมินว่า เงินบาทจะอยู่ในกรอบ 31-32 บาท/ดอลลาร์
· ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะหารือมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
สศค.)ในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจจะออกเป็นแพคเกจในส่วนของมาตรการการคลัง เนื่องจากมองว่ามาตรการภาษีหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า
ยังมีความสำคัญอยู่
· ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลงนามความร่วมมือการส่งเสริมการชำระเงินสกุลท้องถิ่นในกลุ่มประเทศอาเซียน กับ
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย, ธนาคารกลางมาเลเซีย, ธนาคารฟิลิปปินส์ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกธุรกรรมทางการค้าและการลงทุน
ของทั้ง 4 ประเทศ อีกทั้งเพื่อให้ความเสี่ยงจากความเคลื่อนไหวของเงินสกุลหลักลดลงไป
