· หุ้นสหรัฐฯอาจเคลื่อนไหวแรงหลั
United Airlines – หุ้นบริษัทร่วงลงกว่า 1% หลังพบรายงานผลประกอบการบริษั
Alcoa – หุ้นบริษัทร่วงลง 4.2% หลังจากบริษัทอะลูมิเนียมดังกล่
Sleep Number – หุ้นบริษัทปรับขึ้นได้กว่า 8% หลังจากที่ผลประกอบการไตรมาส 3/2020 ออกมาดีขึ้นเกินคาดการณ์
Fastly – หุ้นบริษัทดิ่งลงกว่า 28% หลังรายงานผลประกอบการออกมาน่
· ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลดลงกว่า 100 จุด หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดแดนลบ 2 วันทำการ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดปรับตัวลดลงในวันนี้ ท่ามกลางเหล่าเทรดเดอร์ที่ยังคงลดความหวังที่จะเห็นข้อตกลงกระตุ้นเศรษฐกิจจากสหรัฐฯได้ก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในเดือนหน้า
ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สปรับลดลงประมาณ 164 จุด ขณะที่ S&P500 ฟิวเจอร์ส และ Nasdaq 100 ฟิวเจอร์สปรับตัวลงในแดนลบเช่นกัน
· หุ้นทั่วโลกปรับลงจากการฟื้นตัวของไวรัสโคโรนา ท่ามกลางความหวังมาตรการกระตุ้นเสณาฐกิจที่เบาบางลง
ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง จากนักลงทุนที่ทำกำไรหลังดัชนีปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐยอมรับว่า ทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย.
ความกังวลว่าการฟื้นตัวของการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนา อาจทำให้รัฐบาลต้องทำการปิดเศรษฐกิจอีกครั้งจึงส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไร
เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มมากขึ้น โดยประเทศในยุโรปบางประเทศสั่งปิดโรงเรียน ยกเลิกการผ่าตัด
ทั้งนี้ ดัชนี MSCI ปรับลดลง 0.6%
· หุ้นญี่ปุ่นปรับลง ท่ามกลางความเสี่ยงในหลาย ๆ ด้านของนักลงทุนที่ไม่มั่นคง
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลดลง จาความหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯลดน้อยลง หลัง "มนูชิน" รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นไปได้ยากที่จะเกิดข้อตกลงได้ก่อนเลือกตั้ง, อังกฤษเริ่ม Lockdown ขณะที่ฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวส์ และหลายๆประเทศในแถบยุโรปกลับมาประกาศปิดสถานศึกษาเพื่อยับยั้ง Second Wave และความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่กดดันความเชื่อมั่นของเหล่านักลงทุน
ความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นย่ำแย่ลง หลังมีแหล่งข่าวเปิดเผยข้อมูลกับทาง Reuters โดยระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯมีการเสนอเรื่องต่อทีมบริหารของนายทรัมป์ในการนำบริษัท Ant Group ของจีนเข้าสู่บัญชีดำทางการค้า
ทั้งนี้ ดัชนี Nikkei ปิด -0.51% ที่ระดับ 23,507.23 จุด นำโดยหุ้นภาคการดูแลสุขภาพและโทรคมนาคม ด้านดัชนี Topix -0.74% ที่ระดับ 1,631.79 จุด
· หุ้นจีนปิดลดลง ท่ามกลางข้อมูลอุตสาหกรรมฉุดเงินเฟ้อก.ย.ที่อ่อนแอ
ตลาดหุ้นจีนปิดปรับตัวลดลง หลังจากเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ ท่ามกลางข้อมูลข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงและอัตราเงินเฟ้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอในเดือนก.ย.ตอกย้ำความท้าทายที่ยังคงเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา
โดยดัชนี Shanghai Composite ปิด -0.26% ที่ระดับ 3,332.18 จุด ด้านดัชนีกลุ่มบลูชิพ CSI300 -0.17%
นอกเหนือจากความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างจีน-สหรัฐฯ ด้านแหล่งข่าวเปิดเผยข้อมูลกับทาง Reuters โดยระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯมีการเสนอเรื่องต่อทีมบริหารของนายทรัมป์ในการนำบริษัท Ant Group ของจีนเข้าสู่บัญชีดำทางการค้า
· หุ้นยุโรปปรับลดลง จากความหวังเศรษฐกิจที่เบาบางและยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่สูงขึ้น
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลง ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯที่เบาบางลงไป และหลายประเทศในทวีปยุโรปต้องเผชิญหน้ากับเชื้อไวรัสโคโรนาอีกครั้ง
โดยดัชนี Stoxx600 ร่วงลง 1.7% ด้านหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและการพักผ่อนร่วงลง 2.9% ท่ามกลางตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ที่เคลื่อนไหวในแดนลบ
· อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์
- ตร.เตือนชุมนุมราชประสงค์เย็นนี้ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ/รวบแกนนำ-มวลชน 20 คน
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงสรุปสถานการณ์ผลการปฏิบัติการเข้าควบคุมตัวแกนนำและผู้ชุมนุมคณะราษฎรในช่วงเช้ามืดวันนี้ พร้อมเตือนผู้ทึ่จะมาชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ตามที่แกนนำได้ชักชวนในเวลา 17.00 น.ว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และขอให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึง 22.00 น.ของวันนี้
ขณะนี้รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่ กทม.แล้วตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา และได้ออกข้อกำหนด กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อห้ามที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการไม่ให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการยุยง เพื่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้น
- รมว.คลัง เปิดเผยหลังมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงการคลัง ว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เร่งหามาตรการกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศเพิ่มเติมอีกในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ เพื่อให้มีการใช้จ่ายขึ้นจากมาตรการที่มีในปัจจุบันรวมถึงให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชนด้วย ขณะเดียวกันให้เร่งหามาตรการกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการดึงกลุ่มการท่องเที่ยวเพื่อการลงทุนเข้ามาในประเทศ
- 'สภาพัฒ์' นัดถกหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งรัฐเอกชน เล็งเสนอ ศบศ.ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจ -เอสเอ็มอี หลังมาตรการพักชำระหนี้หมดอายุ คาดยืดระยะเวลาชำระหนี้ ลดความเสี่ยงสภาพคล่องธุรกิจ และการเพิ่มของเอ็นพีแอลของธนาคาร
- ธปท. ได้รายงานต่อ ศบศ. ถึงแนวโน้มเอ็นพีแอลทั้งระบบว่า สิ้นปี 63 เอ็นพีแอลจะเพิ่มมาไม่เกิน 9% จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.1% โดยในเร็ว ๆ นี้ธปท. จะเปิดเผยแนวทางก่อนสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 22 ต.ค.นี้ เพื่อไม่ให้ลูกหนี้ได้รับผลกระทบ