ทองปิดต่ำกว่า 1,800 เหรียญ จากแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัว
· ทองคำปิดปรับลงกว่า 2% หลุดต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญ 1,800 เหรียญ ใกล้ต่ำสุดรอบ 5 เดือน โดยตลาดได้รับแรงกดดันจาก:
- มุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับวัคซีน จะหนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- การถ่ายโอนอำนาจได้อย่างราบรื่นของทำเนียบขาว หนุนตลาดหุ้นทำสูงสุดใหม่ประวัติการณ์
- แรงขายหลังราคาปรับลดลงมาบริเวณ 1,800 เหรียญ
· ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับลง 1.4% ที่ 1,785.11 เหรียญ หลังทำต่ำสุดบริเวณ 1,773.1 เหรียญ ซึ่งเป็นต่ำสุดตั้งแต่ 6 ก.ค.
ภาพรวมสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองร่วงลงประมาณ 4.7% ปรับลงมากสุดตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ของวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา
· สัญญาทองคำส่งมอบเดือนธ.ค. ที่มีการซื้อขายวันสุดท้ายในคืนวันศุกร์ปิด -23.6 เหรียญ ที่ระดับ 1,781.9 เหรียญ
สัญญาทองคำส่งมอบเดือนก.พ. ปิด -23.1 เหรียญ ที่ระดับ 1,788.1 เหรียญ ด้วยวอลลุมการซื้อขายประมาณ 283,016 คู่สัญญาในตลาด Comex
· กองทุนทองคำ SPDR ไม่ได้ทำอะไร ยังถือครองทองเท่าเดิมที่ 1,194.78 ตัน แต่ภาพรวมเดือนพ.ย. ขายออกมากสุดของปี และขายต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ประมาณ 62.89 ตัน
อย่างไรก็ดี ภาพรวมปีนี้ SPDR สถานะของ SPDR ยังซื้อสุทธิที่ 301.53 ตัน เป็นการซื้อมากสุดนับตั้งแต่ปี 2011 หลังจากต้นปีเข้าใกล้ระดับซื้อมากสุดของปี 2010
· นักวิเคราะห์จาก OANDA กล่าวว่า หลังระดับราคาทองปรับลงแตะ 1,800 เหรียญก็กระตุ้นให้เกิดแรงขายเข้ามา และทำให้ราคาทองคำมีโอกาสทดสอบ 1,750 เหรียญ ประกอบกับตลาดตอบรับกับปัจจัยข่าววัคซีนที่แข็งแกร่งร่วมด้วย
· การปรับขึ้นของตลาดหุ้นที่ทำสูงสุดประวัติการณ์ มาจากข่าวดีวัคซีน และนักลงทุนตอบรับกับการค้าโลกภายใต้ทีมบริหารของนายไบเดน
· นักวิเคราะห์จาก Natixis เชื่อว่า การมาของนายไบเดนจะช่วยให้การค้ากับประเทศอื่นๆเป็นไปอย่างเหมาะสม รวมถึงจีนด้วย และนี่คือสิ่งที่เข้ามาเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้น แต่ “การใช้นโยบายดอกเบี้ยระดับต่ำ” คู่กับ “การเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ” มีแนวโน้มจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำต่อในระยะยาว
· การใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมหาศาลส่งผลให้ตลาดวิตกกังวลในเรื่องเงินเฟ้อที่จะเพิ่มสูงขึ้น และได้ทำให้ทองปีนี้ปรับขึ้นมาได้ราว 17%
· ราคาซิลเวอร์ ปรับลง -3.4% บริเวณ 22.65 เหรียญ และสัปดาห์ที่แล้วร่วงลงประมาณ 6.3%
· ราคาแพลทินัมปรับขึ้น 0.3% ที่ 964.86 เหรียญ
· ราคาพลาเดียมปรับขึ้น 1.7% ที่ 2,424.56 เหรียญ
· ยอดติดเชื้อไวรัสโคโรนาสะสมทั่วโลกล่าสุดทะลุ 63 ล้านราย เช้านี้อยู่ที่ 63.05 ล้านราย ด้านยอดเสียชีวิตปรับขึ้นแตะ 1.46 ล้านราย
ยอดติดเชื้อในสหรัฐฯปรับขึ้นแตะ 13.74 ล้านราย ขณะที่เสียชีวิตสะสมปรับขึ้นทะลุ 273,000 ราย
· ฮ่องกงพบรายงานยอดติดเชื้อใหม่ทำสูงสุดรอบ 4 เดือนแตะ 115 ราย จากยอดสูงสุดที่เคยทำไว้ 109 ราย
· “ดร.ฟาวซี” ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดระดับสูงสหรัฐฯ ชี้ “คริสต์มาส” และ “ปีใหม่” จำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อลดการเกิด Holiday Wave
· อังกฤษมั่นใจได้รับวัคซีน Covid-19 จาก Moderna มากกว่า 2 ล้านโดส
รัฐบาลอังกฤษเผย วัคซีนของบริษัท Moderna อาจพร้อมใช้งานในยุโรปได้เร็วที่สุดประมาณช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. – พ.ค.) และอาจได้รับเพิ่มกว่า 5 ล้านโดสใน 2 สัปดาห์ให้หลัง
· ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Oxford และ WHO กล่าวว่า จำเป็นต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมในการทดสอบวัคซีนของบริษัท AstraZeneca เพื่อประเมินด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีน
· ผู้ร่วมพัฒนาวัคซีนของสิงคโปร์ เปิดเผย “วัคซีน Arcturus” อยู่ในเชิงบวก พร้อมใช้จริง ในปี 2021 โดยผลการทดลองที่ผ่านมาเมื่อต้นเดือน ผลวัคซีน ARCT-021อยู่ในเชิงบวก จากการระยะทดลองเฟสที่ 1
ประธานและซีอีโอของ Arcturus Therapeutics เปิดเผยว่า ข้อดีอย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนใคร คือเป็น วัคซีนที่สามารถให้ได้ในปริมาณขนาดต่ำซึ่งคาดว่าจะมีขนาด 7.5 ไมโครกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยกว่าวัคซีนบริษัทคู่แข่งอื่นๆ ที่ได้รับการทดสอบในปัจจุบัน และขั้นตอนการผลิตสามารถผลิตในปริมาณมากขึ้นได้ในแต่ละครั้ง จึงจะช่วยประหยัดเวลาและเงินด้วย
· รายงานล่าสุดพบ หญิงชาวสิงคโปร์ที่ตั้งครรภ์ในระหว่างติดเชื้อ Covid-19 ตั้งแต่มี.ค. พบการให้กำเนิดบุตรที่ออกมาโดยปราศจากเชื้อ Covid-19 แต่พบว่ามีไวรัสแอนตี้บอดี้
· ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ ชี้ วัคซีน Covid-19 อาจช่วยหนุนการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยว แต่อาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะรีบาวน์กลับขึ้นมาได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นภาคการท่องเที่ยวจึงยังมีความเสี่ยงอยู่ในเวลานี้
· Black Friday พบการเข้าซื้อสินค้ามากขึ้นกว่า 52% จากยอดขาย E-Commerce ที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ยอดค้าปลีกตามห้างร้านทั่วไปคาดว่าจะลดลงแตะ 22% จาก 25% ในปีนี้
· ทีมบริหารไบเดน “ปฏิเสธ” เรื่อง “ไบเดน” ต้องการให้เดโมแครตรับข้อตกลงช่วยเหลือในวงเงินที่น้อยลง
หลังมีข่าวว่า นายโจ ไบเดน ให้การสนับสนุนความพยายามของนางแนนซี เพโลซี โฆษกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาฯของเดโมแครต ยอมเห็นชอบต่อข้อตกลงจากรีพับลิกันในวงเงินที่น้อยกว่า 2.2 ล้านล้านเหรียญ
New York Times เผยว่า ทีมบริหารนายไบเดนมีการเรียกร้องให้พรรคเดโมแครตไม่ยอมต่อข้อตกลงล่าสุดของพรรครีพับลิกันจากความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะเติบโตได้จำกัดขึ้นจากผลกระทบของไวรัส แม้ว่าจะมีการปรับลดวงเงินลงไป
· อดีตผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซี เรียกร้อง “ทรัมป์” ยุติการฟ้องร้องผลเลือกตั้งทางกฎหมาย ชี้ทีมนักกฎหมายของเขากำลังทำเรื่องน่าอับอายแห่งชาติ เนื่องด้วยเป็นการยื่นฟ้องร้องการถูกโกงคะแนนโดยรปราศจากหลักฐานประกอบในเรื่องนี้
· “ทรัมป์” พ่ายเลือกตั้งรัฐเพนซิลเวเนีย โดยศาลสูงขั้นที่ 3 ของรัฐ ปฏิเสธคำร้องเลือกตั้งใหม่เพื่อพยายามแก้ไขผลคะแนนใหม่ในรัฐดังกล่าว
· ทรัมป์เรียกร้องให้กลุ่มผู้สนับสนุนเขาไม่ทำการ “Boycott” ผลการเลือกตั้ง
· “ทรัมป์” เผย คำร้องต่อศาลในการค้านผลคะแนนของเขาอาจไปไม่ถึงศาลสูงสุด
· ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ กดดัน “ทรัมป์” เกี่ยวกับการดำเนินการอย่างผิดกฎหมาย กรณีการห้ามกลุ่มผู้อพยพ จากข้อมูลผลสำรวจสำมะโนครัวประชากร
· จิม โอ’เนล นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง ชี้ จีนกังวลทีมบบริหารไบเดนเพิ่มขึ้น หลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ในยุคนายทรัมป์มาตลอดเกือบ 4 ปี ที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางการค้าของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการใช้นโยบายขึ้นภาษีการค้าระหว่างกัน
ขณะที่ทีมบริหารนายไบเดนมีแนวโน้มผลักดันข้อตกลงการค้านานาชาติมากขึ้น ที่อาจสะท้อนถึงการร่วมมือกันระหว่างสหรัฐฯและนานาประเทศในการกดดันดันจีน
· Xinhua รายงานว่า จีนมีแผนขยายโครงการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ภายใต้โครงการ QDLP ในการร่วมมือกันของเขตเซี่ยงไฮ้, ปักกิ่ง และเสิ่นเจิ้น เพื่อเป็นโครงกานำร่องให้แก่เมืองฉงชิ่งและเขตการค้าเสรีไหหนาน
· CNBC เผยมุมมองนักวิเคราะห์ ที่คาดอาจเห็นธนาคารกลางจีนเขาแทรกแซงเพิ่มเติมหลังพบรายงานจากบริษัทต่างๆที่มีการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
· Brexit ส่อแววไร้ข้อตกลง หลังจากที่อียู-อังกฤษยยังมีข้อแตกต่างจำนวนมากในเรื่องการทำข้อตกลงการค้า และเหลือเวลาอีกเพียง 5 สัปดาห์เท่านั้นที่อังกฤษจะออกจากอียูอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ธ.ค. ขณะที่ทีมเจรจาบางรายมีการตรวจพบเชื้อ Covid-19
· เศรษฐกิจอินเดียหดตัวต่อเนื่อง 2 ไตรมาส คาดเห็นการฟั้นตัวได้ในปีหน้า โดยไตรมาสที่ 3/2020 พบจีดีพีอยู่ที่ -7.5% แต่ก็ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ -23.9% จึงยิ่งสะท้อนว่าการใช้มาตรการ Lockdown ยิ่งกระตุ้นให้การเติบทางเศรษฐกิจหดตัวเป็นประวัติการณ์
· ประธานาธิบดีอิหร่าน ตำหนิ อิสราเอลในการสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ ลั่นจะตอบโต้อย่างสาสม
โดยเหตุเกิดจากการที่ นายโมห์เซน ฟาคริซาเดห์-มาฮาบาดี นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ระดับแนวหน้าของประเทศอิหร่าน ที่มีรายชื่อเป็นประธานโครงการขยายศักยภาพเทคโนโลยีก้าวหน้าอิหร่าน หรือโครงการพัฒนานิวเคลียร์ที่ถือเป็นความลับสุดยอดของอิหร่าน และจากเหตุการณ์นี้ เชื่อว่าจะทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางไปกันอีก
· นักบริหารการเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสัปดาห์นี้ไว้ที่ระหว่าง 30.00-30.40 บาท/ดอลลาร์ฯ โดยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามน่าจะอยู่ที่ถ้อยแถลงของประธานเฟด การตอบรับของตลาดต่อทีมเศรษฐกิจใหม่ของนายโจ ไบเดนว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สถานการณ์โควิด-19 โลก และข้อมูล PMI เดือนพ.ย. ของจีนและยูโรโซน
ส่วนปัจจัยในประเทศ ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนต.ค. อัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ย. กระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ และปัจจัยทางการเมืองของไทย ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร การจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ดัชนี PMI และดัชนี ISM ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนพ.ย. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนต.ค. และรายงาน Beige Book ของเฟด
· อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/63 จะปรับตัวได้ดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 3/63 และคาดว่าภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้จะขยายตัวติดลบน้อยกว่าที่คาดการณ์ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐที่ได้ผลักดันออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำลังทยอยเห็นผล ทั้งโครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน รวมถึง โครงการช้อปดีมีคืนที่จะส่งผลดีกับเศรษฐกิจในระยะต่อไป ขณะที่การส่งออกก็มีทิศทางดีขึ้นเช่นกัน
- สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เผยราคาน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (16-22 พ.ย.63) ทรงตัวในกรอบแคบๆ หลังตลาดยังคงกังวลต่อความต้องการใช้น้ำมัน เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการกลับมาบังคับใช้มาตรการเข้มงวดทางสังคม เช่น ในสหรัฐฯ และยุโรป นอกจากนี้ปริมาณน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นหลังลิเบียปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบมาอยู่ที่ระดับ 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน ในช่วงกลางเดือน พ.ย.63 ประกอบกับนอร์เวย์เตรียมปรับเพิ่มกำลังการผลิตอีก 30,000 บาร์เรล/วัน ภายในสิ้นปีนี้
- สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน ต.ค.63 อยู่ที่ระดับ 95.72 ลดลง -0.54% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจากเดือน ก.ย.63 ที่หดตัว -2.15% ส่งผลให้ช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ต.ค.63) ลดลง -10.33% ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิต (CapU) เดือน ต.ค.63 อยู่ที่ 63.2% ลดลงเล็กน้อยจาก 63.46% ในเดือนก.ย.63 ส่งผลให้ช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ต.ค.63) อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 60.44%
· อ้างอิงจากสำนักข่าวสยามรัฐ
- "นายกฯ"มั่นใจเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแน่ หลังS&Pคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทย
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานที่ บริษัท S&P Global Ratings (S&P) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) เนื่องจากประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ภาคการคลังและภาคการเงินต่างประเทศอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ หนี้รัฐบาลอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล และสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศและประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายของรัฐบาล อีกทั้งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในช่วง 1 – 2 ปี ข้างหน้า