ดัชนี Dow Jones Industrial -4 จุด
ดัชนี S&P 500 futures และ ดัชนี Nasdaq 100 เคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัว
· ตลาดหุ้นเผชิญกับแรงกดดัน หลังจากความผันผวนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ท่ามกลางการร่วงลงของสกุลเงินดิจิทัลและถ้อยแถลงของเฟดที่ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในตลาดตราสารหนี้และช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ดัชนี Kospi เกาหลีใต้ เคลื่อนไหวทรงตัว
ดัชนี Hang Seng ฮ่องกง -0.8%
ทั้งนี้ ดัชนี MSCI ที่ไม่รวมตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลง 0.2%
· หุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้นจากการเพิ่มของหุ้นกลุ่มชิป จึงช่วยลดการปรับตกของหุ้นกลุ่มวัฎจักร
ดัชนี Nikkei 225 ปิด +0.19% ที่ 28,098.25 จุด
ดัชนี Topix ปิด +0.04% ที่ 1,895.92 จุด
· หุ้นจีนปิดเคลื่อนไหวผสมผสาน ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงินจึงช่วยชดเชยความสูญเสียจากบริษัททรัพยากรหลังจากจีนให้คำมั่นว่าจะรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าโภคภัณฑ์
ดัชนี blue-chip CSI300 +0.3% ที่ระดับ 5,186.41 จุด
ขณะที่ดัชนี Shanghai Composite -0.1% ที่ระดับ 3,506.94 จุด
ดัชนีพลังงาน CSI300 และดัชนีอุตสาหกรรมทรัพยากร CSI A-share อยู่ในกลุ่มที่มีผลการดำเนินงานแย่ที่สุด โดยปิด -3.2% และ -3.3% ตามลำดับ
· Zhang Yiming หนึ่งในสองผู้ร่วมก่อตั้ง TikTok บอกกับพนักงานว่า เขาจะก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าผู้บริหารที่ ByteDance ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแอปภายในสิ้นปีนี้และ มอบบทบาทดังกล่าวให้กับผู้ร่วมก่อตั้งคนอื่น ๆ
ดัชนีพลังงาน CSI300 และดัชนีอุตสาหกรรมทรัพยากร CSI A-share อยู่ในกลุ่มที่มีผลการดำเนินงานแย่ที่สุด โดยปิด -3.2% และ -3.3% ตามลำดับ
· ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการร่วงลงของ Bitcoin และรายงานประชุมเฟดที่ส่งสัญญาณถึงการพิจารณาปรับลดวงเงินการซื้อ QE อีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไป
ทั้งนี้ ดัชนี Stoxx600 เพิ่มขึ้น 0.6% ด้านหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและการพักผ่อนพุ่งขึ้น 1.2% ท่ามกลางตลาดหุ้นส่วนใหญ่ที่เคลื่อนไหวในแดนบวก
· อ้างอิงจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์
- ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 1.61 จุด รับแรงหนุนกลุ่ม Domestic plays คาดหวังเม็ดเงินกระตุ้นศก.
ตลาดหลักทรัพย์ฯปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,563.85 จุด เพิ่มขึ้น 1.61 จุด (-0.10%) มูลค่าการซื้อขายราว 48,433 ล้านบาท
การซื้อขายหุ้นช่วงเช้าวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยทำระดับสูงสุด 1,568.72 จุด และระดับต่ำสุด 1,555.55 จุด
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่รายงานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยประเมินภาคครัวเรือนไทยจะมีฐานะการเงินเปราะบางมากขึ้นจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้รายได้ลดลงและภาระหนี้ต่อรายได้สูงขึ้น แม้ที่ผ่านมาสถาบันการเงินได้ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยในระดับหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นการพักชำระหนี้ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาเพียงระยะสั้นเท่านั้น จึงเห็นควรให้สถาบันการเงินเร่งช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติมซึ่งระยะสั้นควรมีมาตรการลดภาระหนี้และมาตรการสร้างรายได้และลดค่าใช้จ่าย เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ
- ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยืนยันการเดินหน้าแผนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มฉีดวัคซีนครบแล้ว โดยเฉพาะโครงการ "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" เปิดเมืองภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งมีอีกสิ่งสำคัญคือการเน้นทำ "ซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง" ด้วยการทำการตลาดให้ลูกค้าเข้าใจว่าต้องแยกภูเก็ต และพื้นที่นำร่องอื่นๆ ออกจากประเทศไทยในภาพรวม เพราะหากดูการรายงานยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันและยอดสะสมของทั้งประเทศ อาจดูน่ากลัวในสายตาต่างชาติ
- "คลัง" ปิดปากเงียบกริบ ประเด็นกู้เงิน 7 แสนล้านบาท แอตต้าจี้รัฐบาลจัดเงินกู้ก้อนใหม่ วงเงิน 2.7 แสนล้าน แบ่งมาฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวด้วย ด้าน ส.อ.ท.ติงรัฐห้ามโกงต้องดันงบถึงมือชาวบ้าน
· อ้างอิงจากสำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ
ยอด 'โควิด-19' วันนี้ จับตา! ติดเพิ่ม 2,636 ราย เสียชีวิตอีก 25 ราย
ยอด "โควิด-19" วันนี้ พบผู้ติดเชื้อมีเพิ่มอีก 2,636 ราย ขณะยอดเสียชีวิตเพิ่มอีก 25 ราย ทำให้การระบาดของโควิด-19 ยังคงลุกลาม และสถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด