ข่าวเกี่ยวกับทองคำ
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ รวมทั้งการแสดงความเห็นของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
- ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 2.34 เหรียญ หรือ 0.12% อยู่ที่ระดับ 1,875.04 เหรียญ
- สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 5.9 เหรียญ หรือ 0.31% ปิดที่ 1,890.7 เหรียญ
- สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 24.3 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 22.42 เหรียญ
- สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 1 เหรียญ หรือ 0.1% ปิดที่ 987.2 เหรียญ
- กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.28 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 921.1 ตันภาพรวมเดือนมกราคม ขายสุทธิ 0.59 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 3.46 ตัน
- หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของ Geojit Financial Services กล่าวว่า ถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำมากนัก เนื่องจากราคาทองคำเริ่มทำการปรับฐาน หลังจากสหรัฐฯประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง
- ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.17 จุด หรือ 0.16% มาอยู่ที่ระดับ 103.43 จุด
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง -0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 3.612% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.425% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ-0.81% อยู่ในภาวะ inverted yield curve
- นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดยังมีสิ่งที่เหลืออยู่ที่ต้องดำเนินการต่อไปในแง่ของการลดขนาดงบดุล โดยเขาระบุว่า "เรายังไม่ได้กำหนดเป้าหมายเฉพาะ" ในการกำหนดจุดสิ้นสุดสำหรับการปรับลดพันธบัตรออกจากสัดส่วนการถือครองของเฟด
- นายนีล แคชคารี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขามินนิอาโปลิสกล่าวว่า ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐทำให้มีความเป็นไปได้น้อยลงที่เราจะเผชิญกับภาวะถดถอย อย่างไรก็ตามเฟดอาจจะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 5.4% เป็นอย่างต่ำเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อสูง
- นายโจอาคิม นาเจล ประธานธนาคารกลางเยอรมนี และสมาชิกสภาบริหารธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า อีซีบีต้องปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่อีกหลายครั้งเพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงมาที่ 2% แต่ก็ควรจะดำเนินไปทีละขั้นตอนเมื่อดูจากความไม่แน่นอนที่ปกคลุมอยู่
- ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร (repo rate) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 6.50% ในการประชุมตามคาด ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกัน เนื่องจากเงินเฟ้อของอินเดียยังคงอยู่ในระดับสูง แม้มีสัญญาณบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อที่คำนวณจากยอดค้าปลีกพุ่งแตะจุดสูงสุดแล้วก็ตาม
ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ
- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพุธ หลังจากเจ้าหน้าที่หลายคนของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,949.01 จุด ลดลง 207.68 จุด หรือ -0.61%,
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,117.86 จุด ลดลง 46.14 จุด หรือ -1.11% และ
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,910.52 จุด ลดลง 203.27 จุด หรือ -1.68%
- ฟิทช์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2566 สู่ระดับ 5.0% จากเดิมที่ 4.1% ก่อนหน้านี้ เนื่องจากการอุปโภคบริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายภาคส่วนกำลังฟื้นตัวขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ หลังยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero-Covid Policy)
- สหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 12.2% ในปี 2565 แม้ว่าการส่งออกและการนำเข้าแข็งแกร่งขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ ยอดขาดดุลการค้าสินค้าและบริการอยู่ที่ 9.481 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2565 เพิ่มขึ้นจาก 8.45 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2564 โดยยอดส่งออกอยู่ที่ 3 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.531 แสนล้านดอลลาร์จากปี 2564 ขณะที่ยอดนำเข้าอยู่ที่ 3.96 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5.561 แสนล้านดอลลาร์จากปี 2564
- ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ แถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรสว่า คณะบริหารของเขาสามารถสร้างงานใหม่ในสหรัฐได้จำนวนมากถึง 12 ล้านตำแหน่งภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี และมองว่าขณะนี้เงินเฟ้อกำลังเคลื่อนไหวในทิศทางที่ถูกต้อง รวมถึงเรียกร้องโดยตรงถึงสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสให้เร่งผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้โดยไม่มีเงื่อนไข
- สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของอังกฤษ (NIESR) เปิดเผยคาดการณ์ว่า อังกฤษจะรอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีนี้ แต่ประชาชนจะเผชิญกับมาตรฐานการครองชีพที่ลดลงอย่างรุนแรงตามมา เนื่องจากเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ประชาชนหลายล้านคนเผชิญปัญหาในการชำระค่าใช้จ่าย
- กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นร่วงลงอย่างรวดเร็วในเดือนธ.ค. 2565 หลังจากเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนพ.ย. ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลกระทบของการขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่องและเงินเยนที่อ่อนค่าที่มีต่อดุลการชำระเงินที่เคยแข็งแกร่งของญี่ปุ่น ทั้งนี้ ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนธ.ค. 2565 อยู่ที่ 3.34 หมื่นล้านเยน ซึ่งลดลงอย่างมากจากยอดเกินดุล 1.8 ล้านล้านเยนในเดือนพ.ย.ซึ่งได้อานิสงส์จากรายได้ในการลงทุนหลักทรัพย์และการลงทุนอย่างมากของญี่ปุ่นในต่างประเทศ
ข่าวเกี่ยวกับน้ำมันและพลังงาน
- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันพุธ เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับความเห็นของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างไรก็ดี สัญญาน้ำมันดิบลดช่วงบวก หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.33 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 78.47 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 1.40 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 85.09 ดอลลาร์/บาร์เรล
ข่าวเกี่ยวกับการเมืองและการเมืองระหว่างประเทศ
- นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนกล่าวกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีนว่า จีนจำเป็นต้องสร้างหนทางสู่ความทันสมัยที่มีประสิทธิภาพมากกว่าระบอบทุนนิยม และต้องเสริมสร้างการปกป้องความยุติธรรมในสังคมให้ดียิ่งขึ้น
ข่าวเกี่ยวกับโรคระบาด
- ญี่ปุ่นวางแผนยุติการทดสอบเชื้อโควิด-19 เมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่นสำหรับนักเดินทางที่มาจากจีน แต่ยังกำหนดให้นักเดินทางจากจีนต้องแสดงหลักฐานผลตรวจเชื้อเป็นลบก่อนออกเดินทางจากประเทศต้นทาง
ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท
- ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.50 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.52 บาท/ดอลลาร์ กรอบค่าเงินบาทวันนี้ 33.40 - 33.70 บาท/ดอลลาร์
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ฉบับย่อ ซึ่งในการประชุมครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 25 ม.ค.66 กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ต่อปี เป็น 1.50% จากเดิมที่ 1.25% โดยมองว่า การทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง เป็นแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินที่สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรมเดือน ม.ค.66 พบว่า อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 64% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายการเปิดประเทศของจีน พร้อมคาดการณ์ว่าอัตราการเข้าพักเดือน ก.พ. จะเฉลี่ยอยู่ที่ 60%
- โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 66 อาจจะขยายตัวถึง 4% เป็นผลมาจากประเทศไทยสามารถรักษาวินัยการเงินการคลังได้เป็นอย่างดี อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไม่ได้ลดลง ต่างประเทศและนักวิเคราะห์ ต่างประเมินว่าประเทศไทยจัดการกับสถานการณ์ที่วิกฤตได้ดี
- ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)ชัยชาญ เจริญสุข ระบุ คาดการณ์ภาวะการส่งออกของไทยในไตรมาสแรกปีนี้จะติดลบ 3-5% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ทั้งปี2566 ยังมั่นใจว่าจะขยายตัวได้ 1-2%
ที่มาจาก : Reuters, Infoquest, BangkokBizNews
Tags : ข่าวทอง, ข่าวทอง , ทอง , ราคาทอง
.jpg)