• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566

    17 กุมภาพันธ์ 2566 | Gold News


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยหนุนสัญญาทองคำปิดในแดนบวก หลังจากราคาสัญญาร่วงลงในระหว่างวัน จากความกังวลเกี่ยวกับภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาสูงเกินคาด


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 0.65 เหรียญ หรือ 0.04% อยู่ที่ระดับ 1,835.95 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 6.5 เหรียญ หรือ 0.35% ปิดที่ 1,851.8 เหรียญ
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 13.8 เซนต์ หรือ 0.64% ปิดที่ 21.71 เหรียญ
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 13.2 เหรียญ หรือ 1.44% ปิดที่ 931 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 921.08 ตันภาพรวมเดือนกุมภาพันธ์ ขายสุทธิ 0.59 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 3.44 ตัน


  • หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของ Geojit Financial Services ระบุว่า ภาพรวมของตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่ออกมาแข็งแกร่ง รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ได้เข้ากดดันราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในเชิงเทคนิคราคาทองคำยังมีโอกาสที่จะดีดกลับขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวลดลงในรอบหลายสัปดาห์ก็ตาม


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.32 จุด หรือ 0.31% มาอยู่ที่ระดับ 104.2 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 3.867% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.642% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ-0.78% อยู่ในภาวะ inverted yield curve


  • ผลสำรวจของรอยเตอร์ ระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 57 ราย คาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.50% สู่ 3.00% ในการประชุมวันที่ 16 มี.ค.


  • นายปิแอร์ วุนช์ ผู้ว่าการธนาคารกลางเบลเยียม กล่าวว่า อีซีบีอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์กันไว้ ในขณะที่ตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขั้นสุดท้ายอาจจะอยู่ที่ 3.50%


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 400 จุดในวันพฤหัสบดี หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเกินคาด และตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,696.85 จุด ร่วงลง 431.20 จุด หรือ -1.26%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,090.41 จุด ลดลง 57.19 จุด หรือ -1.38% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,855.83 จุด ลดลง 214.76 จุด หรือ -1.78%


  • ดัชนี PPI ทั่วไปของสหรัฐฯ ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 6.0% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.4% เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนม.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 4.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนม.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.3%


  • สำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรสสหรัฐ (CBO) เตือนว่า กระทรวงการคลังสหรัฐอาจจะไม่สามารถชำระหนี้ทั้งหมดได้ในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.ปีนี้ นอกเสียจากว่ากระทรวงการคลังจะสามารถตกลงกับสภาคองเกรสเพื่ออนุมัติการปรับเพิ่มเพดานหนี้หรือยกเลิกเพดานหนี้ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์


  • โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์นำเงินลูกค้าไปลงทุนในอินเดียและตลาดพัฒนาแล้วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจีนมีความน่าสนใจน้อยลงจากปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจ


  • เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ซึ่งเป็นวาณิชธนกิจรายใหญ่ของสหรัฐ มองว่า จีนเป็นตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพมากที่สุด ในขณะที่บริษัทกำลังตั้งเป้าขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ


  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NBS) รายงานว่า ราคาบ้านใหม่ของจีนในเดือนม.ค.ปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี เนื่องจากการยุตินโยบายโควิดเป็นศูนย์ รวมทั้งนโยบายที่เอื้ออำนวยต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ และการที่ตลาดคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมนั้น เป็นปัจจัยหนุนความต้องการซื้อบ้านใหม่ ทั้งนี้ ราคาบ้านใหม่ในเดือนม.ค.ดีดตัวขึ้น 0.1% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน หลังจากที่ลดลง 0.2% ในเดือนธ.ค.แต่เมื่อเทียบเป็นรายปี ราคาบ้านใหม่เดือนม.ค.ลดลง 1.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 เช่นเดียวกับในเดือนธ.ค.ที่ปรับตัวลง 1.5%


  • ยอดส่งออกเดือนม.ค.ของญี่ปุ่นขยับขึ้นเพียง 3.5% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงอย่างมากจากเดือนธ.ค.ที่พุ่งขึ้น 11.5% เนื่องจากความต้องการสินค้าญี่ปุ่นในตลาดจีนอ่อนแรงลง ขณะที่ยอดนำเข้าเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 17.8% หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 20.7% โดยได้แรงหนุนจากการนำเข้าน้ำมันดิบ ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติเหลวที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าในเดือนม.ค.สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 3.49 ล้านล้านเยน


  • อัตราเงินเฟ้อในราคาผู้บริโภค (CPI) ของอังกฤษชะลอตัวลงสู่ 10.1% ในเดือนม.ค.เมื่อเทียบรายปี ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2022 และอยู่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 10.3% สำหรับเดือนม.ค.


  • สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) เปิดเผยว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนม.ค. ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่อัตราว่างงานพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565 โดยข้อมูลแรงงานที่ซบเซาอาจจะทำให้ธนาคารกลางออสเตรเลียชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยตัวเลขจ้างงานเดือนม.ค.ลดลง 11,500 ตำแหน่ง จากระดับ 19,900 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 20,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ส่วนอัตราว่างงานเดือนม.ค.เพิ่มขึ้นแตะ 3.7% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.5%


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมันและพลังงาน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากสต็อกน้ำมันดิบที่สูงเกินคาดของสหรัฐ รวมทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐ


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 10 เซนต์ หรือ 0.13% ปิดที่ 78.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 24 เซนต์ หรือ 0.28% ปิดที่ 85.14 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้ปรับเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันโลกในปีนี้ ซึ่งเป็นการทบทวนปรับขึ้นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เนื่องจากจีนผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และยังได้ปรับลดคาดการณ์การผลิตน้ำมันสำหรับรัสเซีย และผู้ผลิตอื่นๆนอกกลุ่มโอเปก โดยระบุถึงตลาดที่ตึงตัวขึ้น โดยความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 2.32 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ หรือ 2.3% ซึ่งเพิ่มขึ้น 100,000 บาร์เรลต่อวันจากที่คาดไว้ในเดือนที่แล้ว

ข่าวเกี่ยวกับการเมืองและการเมืองระหว่างประเทศ



  • นักการทูตอาวุโสสหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐหวังว่าจีนจะไม่ใช้การเดินทางเยือนไต้หวันของสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐเป็นข้ออ้างในการปฏิบัติการทางทหาร พร้อมเสริมว่าทุกประเทศควรเตือนจีนถึงประเด็นความขัดแย้งในไต้หวัน


  • โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนออกมาเตือนว่า จีนจะตอบโต้สหรัฐกรณีละเมิดอำนาจอธิปไตยจีน ซึ่งอาจทำให้ข้อพิพาทกรณีบอลลูนรุนแรงขึ้นอีก ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการทูตระดับสูงของทั้งสองประเทศมีแผนจะเข้าร่วมการประชุมด้านความมั่นคงในเยอรมนี


  • สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐระบุว่า สหรัฐควรพยายามพิสูจน์ว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการระเบิดท่อส่งก๊าซนอร์ด สตรีม (Nord Stream) ที่เชื่อมต่อรัสเซียกับยุโรปตะวันตก


  • นายเดวิด มัลพาส ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานธนาคารโลกก่อนหมดวาระ หลังจากมีความขัดแย้งกับทำเนียบขาวเป็นเวลานานหลายเดือน อันเนื่องมาจากนายมัลพาสไม่ยอมรับฉันทามติทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน


ข่าวเกี่ยวกับโรคระบาด


  • ข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน (CAAC) ว่า จำนวนผู้โดยสารเครื่องบินของจีนในเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 34.8% เมื่อเทียบรายปี หลังยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (zero-COVID policy)

  • ขณะนี้รถบรรทุกกลับมาขนส่งสินค้าระหว่างเกาหลีเหนือและจีนอีกครั้งแล้ว หลังปิดเส้นทางทางบกที่เชื่อมระหว่างสองประเทศประมาณ 2 ปี เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งถือเป็นการดำเนินการครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือในการทยอยกลับมาฟื้นฟูการค้าระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางภาวะขาดแคลนสินค้าอย่างรุนแรง


  • องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคเอ็มพอกซ์ (mpox) หรือโรคฝีดาษลิง ยังคงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นระดับการแจ้งเตือนสูงสุดของ WHO


  • ผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยว่า โรคไข้หวัดนกได้แพร่กระจายไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ ของโลก และกลายเป็นโรคประจำถิ่นเป็นครั้งแรกในนกป่าบางชนิดซึ่งได้แพร่เชื้อไวรัสมายังสัตว์ปีกที่มนุษย์เลี่ยงไว้ และได้เตือนว่าโรคไข้หวัดนกจะเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อไปตลอดทั้งปี


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  34.37 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 34.33 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.20-34.50 บาทต่อ ดอลลาร์


ที่มาจาก : Reuters, Infoquest, BangkokBizNews

Tags : ข่าวทอง, ข่าวทอง , ทอง , ราคาทอง


บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com