• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 21 มีนาคม 2568

    21 มีนาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจ


  • Philly Fed Manufacturing Index ออกมาที่ 12.5 สูงกว่าคาดการณ์ 8.8 ครั้งก่อนที่ 18.1
  • Existing Home Sales ออกมาที่ 4.26M สูงกว่าคาดการณ์ 3.95M ครั้งก่อนที่ 4.09M
  • Unemployment Claims ออกมาที่ 223K ต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อยที่ 224K ครั้งก่อนที่ 221K


  • ภาพรวมตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้นเพียง 2,000 ราย สู่ระดับ 223,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าแนวโน้มตลาดแรงงานอาจซบเซาลงเนื่องจากรัฐบาลปรับลดการใช้จ่าย อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาล


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี โดยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -6.56 เหรียญ หรือ -0.22% อยู่ที่ระดับ 3,042.16 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 2.60 ดอลลาร์ หรือ 0.09% ปิดที่ 3,043.80 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.15 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 910.43 ตันภาพรวมเดือนมีนาคม ซื้อสุทธิ 6.05 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 37.91 ตัน


  • นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะยังคงได้แรงหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากมาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ 


  • นักวิเคราะห์อาวุโสจาก US Bank Wealth Management (USBWM) เปิดเผยว่า เขาให้ความสนใจกับทองคำมากขึ้นอย่างมากในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าความเสี่ยงของทองคำคือความไม่แน่นอนในตลาดต้องคงอยู่และรุนแรงขึ้นเพื่อดันราคาให้สูงขึ้นต่อไป เขาคาดการณ์ว่าหากราคาทองคำแตะ 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลาดอาจซึมซับข่าวร้ายเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไปหมดแล้ว


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.4 จุด หรือ 0.39% มาอยู่ที่ระดับ 103.83 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.246% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 3.965% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.28%


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อีกครั้ง โดยเรียกร้องให้ Fed ลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อรองรับผลกระทบจากนโยบายภาษีศุลกากรใหม่ของเขา ความคิดเห็นดังกล่าวถูกโพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social หลังจากที่ Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด พร้อมทั้งปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ และปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ


  • ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 0.25% ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา การตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอน และอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ยังเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ที่ SNB ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างฉับพลัน 0.5%


  • คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.50% ในการประชุมเมื่อวานนี้ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์


  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี เอาไว้ที่ระดับ 3.1% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ที่ระดับ 3.6% 


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนประเมินข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด และแถลงการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่บ่งชี้ถึงความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากร


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 41,953.32 จุด ลดลง 11.31 จุด หรือ -0.03%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,662.89 จุด ลดลง 12.40 จุด หรือ -0.22% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,691.63 จุด ลดลง 59.16 จุด หรือ -0.33%


  • หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวลง 0.62% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าบริโภคลดลง 0.52% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น 0.41%


  • ภาวะการซื้อขายในตลาดเป็นไปอย่างผันผวน โดยดัชนีดาวโจนส์แกว่งตัวทั้งในแดนบวกและลบตลอดทั้งวัน ก่อนที่จะปิดตลาดอ่อนแรงลง หลังจากที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันพุธ (19 มี.ค.) ขานรับเฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้


  • นักลงทุนประเมินแถลงการณ์การประชุมเฟดครั้งล่าสุด ซึ่งคณะกรรมการเฟดได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจและปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในปีนี้ ขณะที่เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดกล่าวในการแถลงข่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เฟดปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อนั้นมาจากมาตรการภาษีศุลกากร และกล่าวว่าการที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้มาตรการภาษีศุลกากรนั้น จะส่งผลให้เฟดเผชิญกับความล่าช้าในการบรรลุเป้าหมายการสร้างเสถียรภาพด้านเงินเฟ้อ


  • ทางด้าน Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ (Leading Economic Index – LEI) ปรับตัวลง 0.3% ในเดือนก.พ. ซึ่งย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.2% หลังจากที่ปรับตัวลง 0.2% ในเดือนม.ค. โดย LEI เป็นดัชนีบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจซึ่งคำนวณจากข้อมูล 10 รายการ รวมถึงราคาหุ้น คำสั่งซื้อใหม่ของภาคการผลิต การอนุญาตสร้างบ้าน ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค


  • ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อยุบกระทรวงศึกษาธิการแล้ว โดยทรัมป์อ้างว่า สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ทุ่มเทงบประมาณให้แก่การศึกษามากกว่าประเทศใดๆ ในโลก แต่ความสำเร็จจากการศึกษากลับตกต่ำมาก โดยกล่าวว่าเรากำลังปิดกระทรวงฯแห่งนี้ และจะปิดมันโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ กระทรวงฯแห่งนี้ทำได้ไม่ดีสำหรับเรา เรากำลังคืนการศึกษากลับสู่รัฐต่างๆที่คู่ควร ทั้งนี้ การยุบกระทรวงศึกษาธิการเป็นสิ่งที่ฝ่ายรีพับลิกันหลายๆ คนอยากทำมานานแล้ว โดยพวกเขาระบุว่า การปิดกระทรวงนี้จะช่วยเพิ่มผลการเรียนของนักเรียน และประหยัดงบประมาณของรัฐบาล

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี หลังสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านรอบใหม่ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 1.10 ดอลลาร์ หรือ 1.64% ปิดที่ 68.26 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 1.22 ดอลลาร์ หรือ 1.72% ปิดที่ 72.00 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • สหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านเมื่อวานนี้ โดยมุ่งเป้าไปที่หน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็ก (Teapot) ของจีน และเรือที่จัดส่งน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นน้ำมันดังกล่าว


  • ทั้งนี้ จีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ที่สุด โดยโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็กเหล่านี้เป็นโรงกลั่นน้ำมันเอกชนของจีนที่เป็นผู้ซื้อน้ำมันหลักจากอิหร่าน ส่วนอิหร่านผลิตน้ำมันดิบมากกว่า 3 ล้านบาร์เรล/วัน


  • ทางด้านกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือ โอเปกพลัส ได้ออกกำหนดการใหม่สำหรับประเทศสมาชิก 7 ประเทศ รวมถึงรัสเซีย คาซัคสถาน และอิรัก ให้ลดกำลังการผลิตน้ำมันเพิ่มเติมเพื่อชดเชยการผลิตน้ำมันที่เกินกว่าระดับที่ตกลงกันไว้


  • เว็บไซต์ของโอเปกระบุว่า แผนการนี้จะเป็นการลดกำลังการผลิตรายเดือนประมาณ 189,000 – 435,000 บาร์เรล/วัน โดยการลดกำลังการผลิตตามกำหนดการนี้จะดำเนินไปจนถึงเดือนมิ.ย. 2569


  • นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยล่าสุดกองพลน้อยอัล-กัสซัมของกลุ่มฮามาสได้ยิงจรวด M90 โจมตีกรุงเทลอาวีฟเมื่อวานนี้ เพื่อตอบโต้ต่อการที่อิสราเอลทำการโจมตีฉนวนกาซา


  • ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เดินหน้าโจมตีกลุ่มฮูตีจนกว่าจะยอมยุติการโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง และเตือนว่าอิหร่านจะต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีใด ๆ ในอนาคตที่เกิดจากกลุ่มฮูตี


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และรัสเซียเตรียมพบกันในวันอาทิตย์นี้ (23 มี.ค.) ณ เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อเดินหน้าเจรจาคลี่คลายความขัดแย้งในยูเครน


  • รัสเซียและยูเครนแลกเปลี่ยนเชลยศึกหลายร้อยคนตามข้อตกลงระหว่างประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซียกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ


  • อิสราเอลกำลังเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อกลุ่มฮามาส เนื่องจากกลุ่มฮามาสปฏิเสธที่จะปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล โดยยังโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่องเมื่อวันพุธที่ 19 มีนาคม และเริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินบางส่วนในกาซา ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของกลุ่มฮามาสให้สัมภาษณ์สำนักข่าว AFP ของฝรั่งเศสว่า ทางกลุ่มยังคงเปิดกว้างสำหรับการเจรจา โดยว่าจะพยายามจัดทำข้อตกลงหยุดยิงผ่านการเจรจา


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  33.73 บาทต่อดอลลาร์ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันที่ผ่านมา โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 33.69-33.83 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง ตามการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์



ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com