• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 24 มีนาคม 2568

    24 มีนาคม 2568 | Gold News


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ โดยถูกกดดันจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นและจากแรงขายทำกำไร อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ รวมถึงแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังคงช่วยให้ราคาทองคำอยู่ในทิศทางขาขึ้นได้เป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -21.33 เหรียญ หรือ -0.7% อยู่ที่ระดับ 3,023.67 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 22.40 ดอลลาร์ หรือ 0.7% ปิดที่ 3,021.40 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ปรับตัวขึ้น 1% ในรอบสัปดาห์นี้
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 20.08 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 930.51 ตันภาพรวมเดือนมีนาคม ซื้อสุทธิ 26.13 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 57.99 ตัน


  • นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดทองคำเผชิญกับแรงขายทำกำไร และถูกกดดันจากการที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น


  • นักวิเคราะห์ระบุว่า อุปสงค์ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงมีอยู่ ซึ่งเกิดจากความกังวลด้านการค้า ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของราคาทอง


  • ผลสำรวจ Kitco News Gold Survey สัปดาห์นี้นักวิเคราะห์ แสดงความเห็นที่แตกต่างกันออกไปเกี่ยวกับแนวโน้มราคาทองคำ โดย (39%) คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้น (28%) คาดว่าจะลดลง และ (33%) คาดว่าจะทรงตัว


  • รายงาน CFTC Commitments of Traders รายสัปดาห์ล่าสุด (เฉพาะสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) พบว่า สถานะสุทธิของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ลดลงต่อเนื่อง ในขณะที่ปริมาณการซื้อขายรวมในตลาดเพิ่มขึ้น 


  • โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า สิ่งนี้บ่งชี้ว่า นักลงทุนที่ใช้ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองทั่วโลก กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น สอดคล้องกับที่ประธานเฟด พาวเวลล์กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งคำว่า 'ความไม่แน่นอน' ถูกกล่าวถึงบ่อยที่สุดในการประชุม FOMC เมื่อวันพุธ ด้วยเหตุนี้ ราคาทองคำในตลาดต่างๆ จะสูงก็ยังถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่ดี"


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.33 จุด หรือ 0.32% มาอยู่ที่ระดับ 104.11 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.25% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 3.954% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.3%


  • ออสตัน กูลสบี ประธานเฟดสาขาชิคาโกกล่าวว่า เฟดต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการประเมินผลกระทบของนโยบายทรัมป์ที่มีต่อเศรษฐกิจ ขณะที่จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กเห็นด้วยและกล่าวว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในตอนนี้


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันศุกร์ โดยฟื้นตัวจากการติดลบในช่วงเช้า หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ให้ความหวังว่า ภาษีศุลกากรที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ในช่วงต้นเดือนเม.ย.นั้น อาจไม่รุนแรงอย่างที่วิตกกัน


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 41,985.35 จุด เพิ่มขึ้น 32.03 จุด หรือ +0.08%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,667.56 จุด เพิ่มขึ้น 4.67 จุด หรือ +0.08% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,784.05 จุด เพิ่มขึ้น 92.43 จุด หรือ +0.52%


  • ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 1.2%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.5% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.17%


  • ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยุติการลดลง 4 สัปดาห์ติดต่อกันลงได้


  • กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซของจีนมีการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2568 โดยยอดขายออนไลน์ของสินค้าที่จับต้องได้ในจีน เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ซึ่งสูงกว่าการเติบโต 4% ของยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวม


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ และปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน และแผนการผลิตล่าสุดของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ทำให้ตลาดคาดว่าปริมาณอุปทานจะตึงตัวขึ้น


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 21 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 68.28 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 16 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 72.16 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้นราว 1.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์แรกของปีนี้ ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 2.1%


  • เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (20 มี.ค.) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยเป็นครั้งแรกที่มาตรการนี้พุ่งเป้าไปยังโรงกลั่นอิสระของจีน รวมถึงบริษัทและเรือบรรทุกน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านไปยังจีน


  • สหรัฐฯ ดำเนินการเป็นรอบที่ 4 แล้วในการคว่ำบาตรอิหร่านนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ให้คำมั่นในเดือนก.พ.ว่า จะใช้แรงกดดันสูงสุด และมุ่งลดการส่งออกน้ำมันของอิหร่านให้เป็นศูนย์


  • ธนาคาร ANZ คาดว่า การส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านอาจลดลง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดขึ้น ขณะที่ข้อมูลจาก Kpler ซึ่งให้บริการติดตามเรือบรรทุกน้ำมันประเมินว่า การส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านอยู่ที่มากกว่า 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก.พ.


  • ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากแผนการใหม่ของโอเปกพลัสที่ให้สมาชิก 7 ประเทศปรับลดกำลังการผลิต เพื่อชดเชยการผลิตที่เกินจากระดับที่ตกลงกันไว้ โดยแผนดังกล่าวจะลดการผลิตลงระหว่าง 189,000-435,000 บาร์เรลต่อวันไปจนถึงเดือนมิ.ย. 2569


  • โอเปกพลัสยืนยันในเดือนนี้ว่า สมาชิก 8 ประเทศจะเพิ่มการผลิตรวม 138,000 บาร์เรลต่อวันนับตั้งแต่เดือนเม.ย.เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการทยอยลดมาตรการจำกัดการผลิต 5.85 ล้านบาร์เรลต่อวันที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2565 เพื่อพยุงตลาด


  • นักวิเคราะห์ด้านน้ำมันจากบริษัท StoneX กล่าวว่า ตลาดต้องการเห็นหลักฐานเพิ่มเติมว่า อิรัก คาซัคสถาน และรัสเซีย ปฏิบัติตามแผนลดกำลังการผลิตที่ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นต่อแผนดังกล่าว


  • แหล่งข่าวอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของคาซัคสถานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมี.ค. เนื่องจากการขยายแหล่งขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งทำให้การผลิตของคาซัคสถานสูงเกินโควตาของโอเปกพลัส


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • ในวันที่ 2 เมษายน 2025 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมประกาศใช้แผน 'ภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียม' โดยมีเป้าหมายเพื่อเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศที่ตั้งกำแพงภาษีหรือกีดกันสินค้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีบางประเทศหรือกลุ่มประเทศที่ได้รับการยกเว้น


  • ภายในรัฐบาลสหรัฐฯ เรียกการประกาศนี้ว่า '(Liberation Day) หรือวันปลดปล่อย' โดยทรัมป์กล่าวว่าเป็นการตอบโต้ประเทศที่เอาเปรียบสหรัฐฯ มานาน และคาดหวังว่าแผนนี้จะสร้างรายได้ให้รัฐบาล 'หลายหมื่นล้านดอลลาร์' ในระยะสั้น และอาจสูงถึงหลักล้านล้านดอลลาร์ใน 10 ปี โดยประเทศที่คาดว่าจะโดนเก็บภาษีในครั้งนี้ ได้แก่ จีน อินเดีย เม็กซิโก แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) โดยประเทศเหล่านี้ถูกมองว่ามีมาตรการทางการค้าและภาษีที่ไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ


  • ทรัมป์กล่าวว่าจะมีความยืดหยุ่นเกี่ยวกับภาษีศุลกากร และหัวหน้าผู้แทนการค้าของเขามีแผนจะพูดคุยกับคู่เจรจาจากจีนในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ เขายังย้ำถึงแผนการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือในการลดยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ กับจีน


  • รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาแผนลดหรือยกเลิกภาษีบริการดิจิทัลก่อนวันที่ 2 เม.ย.นี้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ


  • รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันศุกร์ เรียกร้องให้มีการกลับสู่ภาวะหยุดยิงในฉนวนกาซาโดยทันที การที่อิสราเอลกลับมาโจมตีฉนวนกาซาอีกครั้งถือเป็นการถอยหลังครั้งใหญ่สำหรับชาวกาซา ตัวประกัน ครอบครัวของพวกเขา และทั้งภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้ ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่การเจรจาเพื่อให้แน่ใจว่าการหยุดยิงจะถูกนำมาใช้เต็มรูปแบบและกลายเป็นการหยุดยิงถาวร


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทวันนี้เปิดเช้านี้ ที่ระดับ  33.89 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลง เล็กน้อยแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ  33.87 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.50-34.25 บาทต่อดอลลาร์ ส่วน กรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.75-34.00 บาทต่อดอลลาร์





ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com