• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 1 เมษายน 2568

    1 เมษายน 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ และเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่ 3 เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 43.09 เหรียญ หรือ 1.39% อยู่ที่ระดับ 3,136.1 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 36 ดอลลาร์ หรือ 1.16% ปิดที่ 3,150.30 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.44 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 933.38 ตันภาพรวมเดือนมีนาคม ซื้อสุทธิ 29.0 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 60.86 ตัน


  • เมื่อพิจารณาทางเทคนิค ขณะนี้ค่าดัชนี Relative Strength Index (RSI) ของทองคำพุ่งขึ้นเหนือระดับ 77 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะที่มีแรงซื้อมากเกินไป แต่นักวิเคราะห์ระบุว่า ขณะนี้ราคาทองยังคงมีแรงขับเคลื่อนในการปรับตัวขึ้นต่อไป และถือเป็นการท้าทายหลักเหตุผลเรื่องราคาที่เหมาะสม


  • ธนาคารรายใหญ่หลายแห่งในวอลล์สตรีทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์แนวโน้มราคาทองคำ โดยระบุถึงสถานการณ์ตึงเครียดของสงครามการค้าและการที่ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ เดินหน้าซื้อทองคำ โดยโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ว่า ราคาทองคำมีโอกาสที่จะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ภายใน 12 เดือนข้างหน้า พร้อมกับคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ เพื่อรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ


  • ราคาทองคำในไตรมาสล่าสุดทะยานขึ้นอย่างมาก โดยนักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทระบุว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำที่ซื้อขายกันมากที่สุดปรับตัวสูงขึ้นถึง 19.3% ในไตรมาสแรก ปิดที่ 3,150.30 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ซึ่งถือเป็นผลงานที่โดดเด่นที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่สามของปี 1986 ที่ราคาทองคำพุ่งขึ้น 24%


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.13 จุด หรือ 0.12% มาอยู่ที่ระดับ 104.14 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.211% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.889% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.32%


  • จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า นโยบายการเงินของสหรัฐฯ "อยู่ในจุดที่เหมาะสม" ต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์ไว้ในปีนี้ โดยเขายอมรับว่ายังมีความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้ออาจกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง


  • โทมัส บาร์กิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาริชมอนด์ ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อ เขายังแสดงความกังวลว่า มาตรการด้านภาษีของรัฐบาลทรัมป์อาจส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานด้วย


  • นักลงทุนจับตาเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์ว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในการประชุมประจำปีของ Society for Advancing Business Editing and Writing (SABEW) ที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย วันศุกร์ที่ 4 เม.ย. เวลา 11.25 น.ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 22.25 น.ตามเวลาไทย


  • โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปีนี้ เนื่องจากมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ


  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานสรุปความคิดเห็น (Summary of Opinions) ของกรรมการ BOJ เมื่อวันศุกร์ (28 มี.ค.) ระบุว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 18-19 มี.ค. ที่ผ่านมา กรรมการ BOJ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่จะมีต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ


  • กรรมการคนหนึ่งของ BOJ กล่าวว่า BOJ จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษเมื่อพิจารณาช่วงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากมาตรการภาษีศุลกากรที่ประกาศใช้โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น


  • ขณะที่กรรมการอีกคนหนึ่งกล่าวว่า เศรษฐกิจมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเผชิญภาวะขาลง พร้อมกับแนะว่า BOJ ควรจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันต่อไปอีกระยะหนึ่ง


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ โดยฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงในระหว่างวัน อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาตลอดเดือนมี.ค.และตลอดทั้งไตรมาส 1/2568 ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปรับตัวลง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,001.76 จุด เพิ่มขึ้น 417.86 จุด หรือ +1.00%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,611.85 จุด เพิ่มขึ้น 30.91 จุด หรือ +0.55% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,299.29 จุด ลดลง 23.70 จุด หรือ -0.14


  • หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้น 1.63% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินดีดตัวขึ้น 1.25% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวลง 0.18%


  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กถูกกดดันอย่างหนักตลอดเดือนมี.ค. เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะทำให้เกิดสงครามการค้าทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น โดยในเดือนมี.ค.นั้น ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงทั้งสิ้น 4.2% ขณะที่ดัชนี S&P500 ลดลง 5.8% และดัชนี Nasdaq ร่วงลง 8.2%


  • ส่วนตลอดไตรมาส 1/2568 ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงทั้งสิ้น 1.3% ขณะที่ดัชนี S&P500 ร่วงลง 4.6% และดัชนี Nasdaq ดิ่งลง 10.5%


  • ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้น 2.91% สู่ระดับ 22.28 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าของปธน.ทรัมป์


  • ความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรทำให้โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ปรับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเผชิญภาวะถดถอยเป็น 35% จากเดิม 20% พร้อมกับปรับลดเป้าหมายดัชนี S&P500 ในช่วงสิ้นปี 2568 ลงสู่ระดับ 5,700 จุด นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ เพื่อรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ


  • นักวิเคราะห์หลายรายปรับลดคาดการณ์ดัชนี S&P 500 สิ้นปี: โกลด์แมน แซคส์ : ปรับลดเป้าหมายเป็น 5,700 จุด (เดิม 6,200 จุด) เหตุผลหลักมาจากความกังวลเรื่องผลกระทบจากนโยบายภาษีและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ยาร์เดนี รีเสิร์ช : ปรับลดเป้าหมายเป็น 6,000 จุด (เดิม 6,400 จุด) โดยมองว่านโยบายภาษีของทรัมป์เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย


  • คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า โอกาสที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในวันที่ 2 เม.ย. หมายความว่า ยุโรปจะต้องควบคุมอนาคตของตัวเองให้ดีกว่านี้ทั้งนี้ ลาการ์ด ยังคงย้ำจุดยืนในคาดการณ์ของเธอว่า การที่สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าจะส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปเติบโตลดลง 0.3% ในปีแรก และอาจลดลงถึง 0.5% หากมีมาตรการตอบโต้


  • กระทรวงการคลังจีนประกาศว่า จะออกพันธบัตรรัฐบาลพิเศษมูลค่า 5 แสนล้านหยวน (ประมาณ 6.97 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเพิ่มเงินกองทุนชั้นที่ 1 ให้กับ 4 ธนาคารพาณิชย์รัฐวิสาหกิจรายใหญ่ของประเทศ


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัวหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน และตัดสินใจเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศที่ซื้อน้ำมันของรัสเซีย


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 2.12 ดอลลาร์ หรือ 3.06% ปิดที่ 71.48 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 1.11 ดอลลาร์ หรือ 1.51% ปิดที่ 74.74 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.


  • ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น หลังจากปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับสำนักข่าวเอ็นบีซี (NBC) ว่า เขาจะเรียกเก็บภาษี 25-50% ต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หากเขามองว่ารัสเซียกำลังขัดขวางความพยายามในการยุติสงครามในยูเครน


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กำลังพิจารณาเก็บภาษีรอง (secondary tariff) กับน้ำมันรัสเซีย หากปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน ปฏิเสธที่จะยุติการโจมตียูเครน แต่ทรัมป์เชื่อว่าปูตินจะไม่กลับคำ


  • ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งของจีน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.5 ในเดือนมี.ค. จากระดับ 50.2 ในเดือนก.พ.


  • ทั้งนี้ ดัชนี PMI เดือนมี.ค.ของจีนขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 1 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่จีนมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • ปธน.ทรัมป์เตือนว่า สหรัฐฯ จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน และใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับอิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมบรรลุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ โดยปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านกล่าวว่า นโยบายของอิหร่านคือไม่เข้าร่วมการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ แม้อิหร่านจะเผชิญแรงกดดันและการข่มขู่ทางทหารก็ตาม ขณะที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า สหรัฐฯ จะเผชิญกับการตอบโต้อย่างรุนแรงหากทรัมป์ทำตามคำขู่ที่จะทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่าน


  • นายกรัฐมนตรีเยนส์-เฟรเดริก นีลเซน แห่งกรีนแลนด์ ได้ออกมาตอบโต้อย่างแข็งกร้าวต่อความเห็นล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับแนวคิดที่สหรัฐฯ จะเข้าครอบครองเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นีลเซนได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าสหรัฐฯ ไม่ได้เกาะไปแน่


  • เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศว่า อิสราเอลพร้อมที่จะเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งในฉนวนกาซา หากกลุ่มฮามาสปลดอาวุธ และยอมยกเลิกการควบคุมฉนวนกาซา


  • ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม ของเม็กซิโก ประกาศว่ารัฐบาลเม็กซิโกจะออกมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้แบบครอบคลุมในวันที่ 3 เม.ย. หลังจากมาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย.


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

 

  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  33.99 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลง เล็กน้อยจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  33.93 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.85-34.10 บาทต่อดอลลาร์ (ระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ)


  • รมช.คลัง ยอมรับว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.68 มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย แต่กระทบเพียงเล็กน้อยและในระยะสั้นเท่านั้น โดยหลังจากนี้ ทุกภาคส่วนต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นที่เป็นรูปธรรม ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำงานกันอย่างกระชับ และทันท่วงในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในมิติต่าง ๆ


  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยเศรษฐกิจไทยเดือนก.พ.68 ชะลอลงจากเดือนก่อน จากภาคบริการที่เกี่ยวกับท่องเที่ยว เนื่องจากจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ประกอบกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาคเอกชนลดลง อย่างไรก็ดี การส่งออกปรับเพิ่มขึ้นในหลายหมวด และการบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเช่นกัน

 

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com