• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 2 เมษายน 2568

    2 เมษายน 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจ


  • Final Manufacturing PMI ออกมาที่ 50.2 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 49.8 และครั้งก่อนที่ 49.8
  • ISM Manufacturing PMI ออกมาที่ 49.0 ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 49.5 และครั้งก่อนที่ 50.3
  • ISM Manufacturing Prices  ออกมาที่ 69.4 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 64.6 และครั้งก่อนที่ 62.4
  • JOLTS Job Openings  ออกมาที่ 7.57M ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 7.69M และครั้งก่อนที่ 7.76M


  • ภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดบ่งชี้ถึงสถานการณ์ที่ยังคงมีความผันผวน โดยดัชนีหลักๆ อย่างภาคการผลิตเดือนมีนาคมปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 50 จุด ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการหดตัวเนื่องจากต้นทุนพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลตำแหน่งงานว่าง (Job Openings) ยังออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยลดลงถึง 194,000 ตำแหน่ง สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทหลายแห่งเริ่มชะลอการเปิดรับบุคลากรใหม่ ซึ่งอาจเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากมาตรการภาษีนำเข้า ของประธานาธิบดีทรัมป์


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร เนื่องจากแรงขายทำกำไรหลังจากราคาพุ่งขึ้นติดต่อกันหลายวันและทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนยังคงเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff)


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 7.59 เหรียญ หรือ 0.24% อยู่ที่ระดับ 3,129.89 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 4.30 ดอลลาร์ หรือ 0.14% ปิดที่ 3,146.00 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.01 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 931.37 ตันภาพรวมเดือนเมษายน ขายสุทธิ 2.01 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 58.85 ตัน


  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Zaner Metals กล่าวว่า ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยเนื่องจากแรงขายทำกำไร แต่เมื่อพิจารณาจากภาพรวมแล้ว ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มที่สดใส เนื่องจากนักลงทุนยังคงเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.07 จุด หรือ 0.07% มาอยู่ที่ระดับ 104.25 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.192% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 3.902% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.29%


  • ออสตัน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโก ให้ความเห็นเมื่อวันอังคารว่า แม้ข้อมูลจะชี้ชัดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมยังแข็งแกร่ง ตลาดแรงงานดี และเงินเฟ้อลดลงจากจุดพีคเมื่อปี 2022 แต่การที่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับมาใช้มาตรการภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ อาจจะดันให้เงินเฟ้อกลับมาอีก หรือไม่ก็ฉุดเศรษฐกิจให้ซบเซาได้


  • อัตราเงินเฟ้อประมาณการเบื้องต้นในกลุ่มประเทศยูโรโซนชะลอตัวลงอีกครั้งในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ตอกย้ำความคาดหวังว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 17 เม.ย.นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ


  • ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 4.1% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามคาด ระบุต้องการเห็นหลักฐานเพิ่มเติมว่าเงินเฟ้อกำลังชะลอตัวลงสู่เป้าหมายอย่างยั่งยืน ก่อนที่จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงต่อไป


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันอังคาร ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนจับตาการประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันพุธที่ 2 เม.ย.ตามเวลาสหรัฐฯ


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 41,989.96 จุด ลดลง 11.80 จุด หรือ -0.03%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,633.07 จุด เพิ่มขึ้น 21.22 จุด หรือ +0.38% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,449.89 จุด เพิ่มขึ้น 150.60 จุด หรือ +0.87%


  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กผันผวนตลอดทั้งวัน เนื่องจากนักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการซื้อขาย ก่อนที่ปธน.ทรัมป์จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ในวันพุธที่ 2 เม.ย. ที่โรส การ์เดน (Rose Garden) ในทำเนียบขาว โดยการประกาศมาตรการภาษีจะมีขึ้นในเวลา 16.00 น. ตามเวลากรุงวอชิงตัน (ตรงกับเวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาไทย)


  • นักลงทุนวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์จะนำไปสู่การทำสงครามการค้าทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น โดยโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ได้ปรับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเผชิญภาวะถดถอยเป็น 35% จากเดิม 20% ส่วนตัวเลขเงินเฟ้อนั้น คาดว่าภายในสิ้นปี 2568 ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ของสหรัฐฯ จะอยู่ที่ระดับ 3.5% และคาดว่าอัตราว่างงานจะปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.5%


  • Pimco บริษัทจัดการกองทุนรายใหญ่ เตือนถึงความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในสหรัฐฯ ที่อาจเพิ่มขึ้นจากนโยบายต่างๆ ของทรัมป์ และแนะนำให้ "กระจายความเสี่ยง" (Diversify) ออกจากหุ้นสหรัฐฯ ที่ราคาแพง ไปยัง "พันธบัตรทั่วโลกคุณภาพดี" (global, high quality bonds) ที่มั่นคงกว่าแทน


  • นักวิเคราะห์ของโนมูระกล่าวว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนยังไม่ฟื้นตัว โดยปริมาณยอดขายตามสัญญาของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ 100 อันดับแรกหดตัวลงสู่ -19.2% ในเดือนมี.ค. จาก -14.8% ในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.


  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ (ทังกัน) ปรับตัวลงสู่ระดับ 12 ในไตรมาส 1/2568 จากระดับ 14 ในไตรมาส 4/2567 โดยถูกกดดันจากความไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ


  • คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า ความไม่แน่นอนจากการขู่เก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก อย่างไรก็ดี คริสตาลินา กอร์เกียวา ยังกล่าวว่า สัญญาณเริ่มต้นจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ เกี่ยวกับแผนการผ่อนปรนกฎระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี


  • IMF พบสัญญาณที่บ่งชี้ว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนกำลังอ่อนแอลง ซึ่งอาจกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ แม้ผลกระทบจะยังไม่รุนแรงนัก แต่ก็อาจเพียงพอที่จะทำให้ IMF ต้องปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกลงเล็กน้อย โดยในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา IMF คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวที่ 3.3% ในปีนี้


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (1 เม.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลให้เกิดสงครามการค้าทั่วโลก ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์น้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 28 เซนต์ หรือ 0.39% ปิดที่ 71.20 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 28 เซนต์ หรือ 0.37% ปิดที่ 74.49 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ภาวะการซื้อขายในตลาดน้ำมันได้รับแรงกดดันจากความกังวลว่า มาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์จะนำไปสู่การทำสงครามการค้าทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมัน 


  • อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงลบ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว หากปธน.ทรัมป์โจมตีอิหร่าน และตัดสินใจเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศที่ซื้อน้ำมันของรัสเซีย
  • เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีและรัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันของเวเนซุเอลา เปิดเผยว่า การผลิตน้ำมันของประเทศยังคงอยู่ในระดับปกติณ เวลานี้ แม้ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ กดดันด้วยการห้ามบริษัทพลังงานดำเนินงานในเวเนซุเอลา


  • นักลงทุนจับตาการประชุมของคณะกรรมการร่วมด้านการตรวจสอบระดับรัฐมนตรี (JMMC) ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า JMMC จะมีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันจำนวน 135,000 บาร์เรล/วันในเดือนพ.ค. หลังจากที่มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตในจำนวนดังกล่าวสำหรับเดือนเม.ย.


  • สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 6.037 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 มี.ค. ขณะที่นักลงทุนรอดูตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • หอการค้าดีทรอยต์และมิชออโต (MichAuto) ซึ่งเป็นสมาคมยานยนต์และการเคลื่อนที่ของรัฐมิชิแกน เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เลิกแผนเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และอะไหล่ 25% เพราะจะทำให้ราคาพุ่งสูง ซัพพลายเชนปั่นป่วน และกระทบหนักต่อคนทำงานในรัฐที่พึ่งพาอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างรัฐมิชิแกน


  • เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (EU) มีแผนที่เข้มแข็งในการตอบโต้ภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แต่ยุโรปยังคงต้องการเจรจาหาทางออกมากกว่า


  • นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า รัฐบาลจะเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ อย่างจริงจังเพื่อขอการยกเว้นจากมาตรการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ พร้อมประกาศว่าจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและการจ้างงาน

  • จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เห็นพ้องกันที่จะผนึกกำลังตอบโต้การเรียกเก็บภาษีของสหรัฐฯ หลังจากที่ทั้งสามประเทศได้จัดการประชุมทางเศรษฐกิจร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีเมื่อวันอาทิตย์ (30 มี.ค.) ที่ผ่านมา


  • หวัง อี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของจีน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว RIA ของรัสเซียว่า จีนและรัสเซียเป็นมิตรแท้ตลอดกาล ไม่มีวันเป็นศัตรูระหว่างการเดินทางเยือนกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย พร้อมแสดงความยินดีกับสัญญาณการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียด้วย


  • อิสราเอลได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในพื้นที่สเฟียร์ (Sfeir) ชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอนเมื่อวานนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บอีก 7 ราย ตามการรายงานของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นอัลมายาดีน (al-Mayadeen) และได้รับการยืนยันตัวเลขผู้บาดเจ็บจากกระทรวงสาธารณสุขเลบานอน


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้คำมั่นว่า สหรัฐฯ จะยังคงปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมนต่อไปจนกว่ากลุ่มดังกล่าวจะไม่เป็นภัยคุกคามต่อเรือของสหรัฐฯ


  • สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านรายงานว่า อาลี ลาริจานี ที่ปรึกษาของอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกมาเตือนว่า หากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลโจมตีอิหร่านด้วยข้ออ้างเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ อิหร่านอาจถูกบีบให้ต้องพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ฝ่ายบริหารของเขาติดต่อสื่อสารอยู่กับเกาหลีเหนือ พร้อมระบุด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายอาจจะทำบางอย่างร่วมกัน ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง


  • กองทัพจีนปฏิบัติการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันเมื่อวานนี้  ระบุเป็นการเตือนอย่างจริงจังและป้องปรามอย่างเด็ดขาดต่อกลุ่มผู้ที่พยายามแสวงหาเอกราชให้กับไต้หวัน

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดอ่อนค่าที่ 34.20 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 34.16 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับที่ 34.10 บาท แนวต้าน 34.40 บาท

 

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนมี.ค.68 อยู่ที่ 50.2 เพิ่มขึ้นจากระดับ 48.9 ในเดือนก.พ.68 และความเชื่อมั่นในไตรมาสแรกของปี 2568 ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน (ไตรมาส 4/67) จากภาคการผลิตเป็นสำคัญ โดยความเชื่อมั่นของธุรกิจในภาคการผลิตปรับดีขึ้นอย่าง broad-based มากขึ้น


  • ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประเทศไทย เชื่อว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลง 0.50% ตั้งแต่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 น่าจะส่งผลดีต่อกลุ่มอุตสาหกรรมในด้านต้นทุนการเงิน และอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ไม่คาดว่าจะมีการฟื้นตัวของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้มีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนสถานะการเงินของภาคครัวเรือน ยังไม่มีความเข้มแข็ง



 

 

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com