• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 3 เมษายน 2568

    3 เมษายน 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจ


  • ADP Non-Farm Employment Change ออกมาที่ 155K สูงกว่าคาดการณ์ที่ 118K และครั้งก่อนที่ 84K

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff)


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 46.05 เหรียญ หรือ 1.48% อยู่ที่ระดับ 3,160.14 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 20.20 ดอลลาร์ หรือ 0.64% ปิดที่ 3,166.20 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 931.94 ตันภาพรวมเดือนเมษายน ขายสุทธิ 1.44 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 59.42 ตัน


  • นักวิเคราะห์ด้านโลหะจากบริษัท Zaner Metals กล่าวว่า การที่ราคาทองคำสามารถพุ่งขึ้นทะลุแนวต้านที่ระดับ 3,147.41- 3,149.84 ดอลลาร์ไปได้แล้วนั้น ทำให้ราคาทองมีโอกาสที่จะทะยานขึ้นแตะระดับ 3,300 – 3,500 ดอลลาร์ พร้อมกับคาดการณ์ว่านักลงทุนจะเดินหน้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -1.12 จุด หรือ -1.07% มาอยู่ที่ระดับ 103.09 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.12 % มาอยู่ที่ระดับ 4.07% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.09 % มาอยู่ที่ระดับ 3.809% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.26%


  • นักลงทุนแห่เดิมพันว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน และปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงรวม 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในเดือนตุลาคม หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์มองว่าอาจกระตุ้นให้เงินเฟ้อสูงขึ้น แต่ก็อาจฉุดรั้งเศรษฐกิจให้ชะลอตัวได้เช่นกัน


  • อเดรียนา คูเกลอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)เตือนว่า การปรับขึ้นภาษีนำเข้าในสหรัฐอเมริกาอาจเป็นชนวนสำคัญที่ก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ โดยเธอกล่าวแย้งมุมมองที่ว่าผลกระทบของภาษีจะจำกัดอยู่เพียงการปรับราคาสินค้านำเข้าเพียงชั่วคราว


  • ออสตัน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาชิคาโก เตือนว่า ความไม่แน่นอนที่เกิดจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ จะส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนชะลอตัวลง โดยเตือนว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอาจจะยุ่งเหยิงในระดับหนึ่ง หากผู้บริโภคหยุดการใช้จ่ายหรือภาคธุรกิจหยุดการลงทุนเพราะไม่มั่นใจเกี่ยวกับทิศทางในอนาคต


  • ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า เขาต้องการแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G20 เกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อเศรษฐกิจโลกในระหว่างการประชุมของผู้นำด้านการเงินที่จะจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันในปลายเดือนนี้


  • โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ว่า กระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ และมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้นักลงทุนแห่ถือครองเงินเยนซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย


  • นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ คาดว่า เงินเยนจะแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 140 เยนเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ในปีนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีโอกาสถดถอยมากขึ้น โดยตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวหมายความว่าเงินเยนจะแข็งค่าขึ้นมากถึง 7% จากระดับปัจจุบัน


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff)


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 42,225.32 จุด เพิ่มขึ้น 235.36 จุด หรือ +0.56%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,670.97 จุด เพิ่มขึ้น 37.90 จุด หรือ +0.67% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,601.05 จุด เพิ่มขึ้น 151.16 จุด หรือ +0.87%


  • ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 1,000 จุดในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อประกาศใช้ทั้งมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และมาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tarrifs) โดยมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถูกเรียกเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ


  • ณ เวลา 06.38 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 1,037 จุด หรือ 2.44% แตะที่ระดับ 41,455 จุด


  • โกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเผชิญภาวะถดถอยเป็น 35% จากเดิม 20% และคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะปรับลด 2 ครั้ง โดยระบุว่ามาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ


  • ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในปี 2568 ขึ้นสู่ระดับ 4.8% จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 4.5% โดยปัจจัยที่ทำให้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2568 ในวันนี้ (2 เม.ย.) มาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แท้จริงมีการขยายตัวที่แข็งแกร่งเกินคาดในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ นอกจากนี้ ยังพิจารณาจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ที่มีการขยายตัวได้ดีในเดือนมี.ค.


  • กระทรวงการคลังเม็กซิโกได้คาดการณ์ในร่างงบประมาณว่า เศรษฐกิจเม็กซิโกน่าจะขยายตัว 1.5-2.3% ในปีนี้ ลดลงจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 2.0-3.0% และจากนั้นน่าจะขยายตัว 1.5-2.5% ในปี 2569


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ 


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 51 เซนต์ หรือ 0.72% ปิดที่ 71.71 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 46 เซนต์ หรือ 0.62% ปิดที่ 74.95 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ขณะที่เช้านี้ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงอย่างหนัก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากร ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมัน


  • ณ เวลา 07.06 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพ.ค. ร่วงลง 2.34 ดอลลาร์ หรือ 3.26% แตะระดับ 69.37 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ราคาน้ำมันไม่ได้รับผลกระทบจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 6.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.1 ล้านบาร์เรล


  • ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 300,000 บาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1 ล้านบาร์เรล


  • นักลงทุนจับตาการประชุมของคณะกรรมการร่วมด้านการตรวจสอบระดับรัฐมนตรี (JMMC) ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า JMMC จะมีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันจำนวน 135,000 บาร์เรล/วันในเดือนพ.ค. หลังจากที่มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตในจำนวนดังกล่าวสำหรับเดือนเม.ย.


  • อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า JMMC อาจจะเลื่อนการประชุมดังกล่าวเป็นวันที่ 3 เม.ย.


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • ปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวานนี้ เพื่อประกาศใช้ทั้งมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) และมาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tarrifs) โดยมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกถูกเรียกเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ


  • โดยปธน.ทรัมป์ประกาศว่า จะมีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรพื้นฐานในอัตรา 10% จากทุกประเทศ ในขณะที่จะเก็บภาษีตอบโต้เพิ่มเติมกับคู่ค้าของสหรัฐฯ บางประเทศ ซึ่งรวมถึงจีนที่ถูกเรียกเก็บ 34%, อินเดีย 26%, เกาหลีใต้ 25%, ญี่ปุ่น 24% และสหภาพยุโรป (EU) 20%


  • ส่วนประเทศในอาเซียนถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้ถ้วนหน้าเช่นกัน นำโดยกัมพูชา 49%, ลาว 48% เวียดนาม 46%, เมียนมา 44%, ไทย 36%, อินโดนีเซีย 32%, บรูไน 24%, มาเลเซีย 24% ฟิลิปปินส์ 17% และสิงคโปร์ 10%


  • เจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวระบุว่า ภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาลจะมีผลบังคับใช้ในวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. ขณะที่ภาษีศุลกากรตอบโต้ซึ่งมุ่งเป้าไปที่คู่ค้าของสหรัฐฯ ประมาณ 60 ประเทศนั้น จะมีผลบังคับใช้ในวันพุธที่ 9 เม.ย.


  • ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศมาตรการภาษีดังกล่าวในงานอีเวนต์ที่ชื่อว่า “Make America Wealthy Again” ซึ่งจัดขึ้นที่ลานโรส การ์เดนในทำเนียบขาว โดยปธน.ทรัมป์ได้ตั้งชื่อวันที่มีการประกาศภาษีว่าเป็นวันแห่งการปลดปล่อยสำหรับสหรัฐอเมริกา


  • กระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศว่า จะขยายเวลาการสอบสวนการทุ่มตลาดบรั่นดีจากสหภาพยุโรป (อียู) ออกไปอีก 3 เดือน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ส่งออกจากอียู โดยเฉพาะซัพพลายเออร์คอนญักจากฝรั่งเศส มีเวลามากขึ้นในการหลีกเลี่ยงมาตรการลงโทษของจีน


  • อิสราเอลประกาศขยายปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา หลังจากที่เพิ่งเตือนให้ประชาชนออกจากพื้นที่ทางใต้ของฉนวนกาซา ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการเตรียมการสู้รบที่รุนแรงขึ้นกับกลุ่มฮามาส


  • กลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมนได้เปิดฉากโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส แฮร์รี เอส. ทรูแมน (USS Harry S. Truman) และเรือรบที่คุ้มกันกองทัพสหรัฐฯ ในทะเลแดงตอนเหนือรวม 3 ครั้งในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  34.38 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงหนักจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  34.16 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.30-34.60 บาทต่อดอลลาร์ (ระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ)


  • รมช.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงการคลัง กำลังเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเข้ามาดูแลภาคธุรกิจอสังหาฯ ได้รับผลกระทบด้านความเชื่อมั่นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ในภาวะที่สูญเสียความเชื่อมั่นได้เป็นอย่างดี โดยคาดว่าจะมีข่าวดีออกมาเร็ว ๆ นี้


  • คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญหลายปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ GDP ในปี 2568 ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เดิมที่ 2.4-2.9% ซึ่งแม้ในกรอบการขยายตัวดังกล่าว จะได้รวมผลกระทบบางส่วนจากมาตรการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ไว้แล้ว แต่ยังมีความไม่แน่นอนถึงขนาด และขอบเขตของมาตรการภาษีที่จะประกาศในคืนนี้ (ตามเวลาสหรัฐ) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GDP มากขึ้นอีก 0.2-0.6%

 

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com