

ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิด +1.29% หรือปรับขึ้น 212.30 จุด ที่ระดับ 16,697.29 จุด ขานรับการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบเกือบ 3% และข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นยุโรปปิด +2% ที่ระดับ 326.54 จุด เพราะได้รับแรงหนุนจากแรงช้อนซื้อเก็งกำไร รวมทั้งการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มการเงิน หลังลอยด์ แบงก์กิ้ง กรุ๊ป เผยผลประกอบการที่สดใสเกินคาด
เช้านี้ ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นตามการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนเฝ้ารอผลการประชุมผู้นำการเงินหรือ จี-20 ที่มีแนวโน้มจะร่วมมือกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ว่าจะมีอุปสรรคจากการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดเช้านี้ +1.5% ที่ระดับ 16,311.52 จุด และปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ที่ระดับ 16,472.5 จุด
นักบริหารเงิน ประเมินว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.55 – 35.75 บาท/ดอลลาร์ โดยแกว่งตัวในกรอบแคบๆ และไม่ได้ตอบรับกับตัวเลขส่งออก-นำเข้าที่กระทรวงพาณิชย์ไทยประกาศออกมาแย่กว่าคาด โดยยอดส่งออกไทยเดือนมกราคม ออกมา -8.91% แตะ 15,711 ล้านเหรียญ ขณะที่ยอดนำเข้า -12.37% แตะระดับ 15,474 ล้านเหรียญ ส่งผลให้ยอดดุลการค้าเดือนมกราคมปีนี้มียอดเกินดุลที่ระดับ 238 ล้านเหรียญ
ด้าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประกาศคงเป้าหมายผลักดันการส่งออกในปีนี้ให้เติบโตราว 5% แม้ว่าล่าสุดตัวเลขการส่งออกในเดือน ม.ค.59 ยังติดลบสูงถึง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 แต่ไทยจะเน้นการรักษาส่วนแบ่งตลาดส่งออกเอาไว้ และหวังว่าจะทำให้การส่งออกพลิกกลับมาเป็นบวกได้
