ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯออกมาดีกว่าคาดที่ระดับ 246,000 ราย นับเป็นระดับที่ต่ำกว่า 300,000 รายติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 84 ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1970 ขณะที่ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์อยู่ที่ระดับ 249,250 ราย
ดัชนีราคานำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือน ก.ย. โดยปรับขึ้น 0.1% โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เมื่อเทียบรายปีปรับตัวลดลง -1.1% ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลดลงน้อยที่สุดนับตั้งแต่ ส.ค. 2014
ถ้อยแถลงสมาชิกเฟด
นายแพทริก ฮาร์เกอร์ ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย (ไม่มีสิทธิออกเสียง) ระบุว่า เฟดควรจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปก่อนจนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย. ทั้งนี้โดยปกติแล้วเฟดจะไม่พูดถึงประเด็นทางการเมือง ดังนั้นถ้อยแถลงของนายฮาร์เกอร์เมื่อวานนี้จึงเป็นเรื่องที่ผิดไปจากปกติ ซึ่งสามารถบ่งชี้ได้ว่า เฟดจะเลือกดำเนินนโยบายอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง
“ผมกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และผลกระทบที่จะตามมา ซึ่งหากมีผลกระทบอะไรที่สำคัญ เฟดก็จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไข” นายฮาร์เกอร์ กล่าว
นอกเหนือจากประเด็นด้านการเมือง นายฮาร์เกอร์ ระบุว่า ตัวเขานั้นต้องการที่จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์ในตลาดคาดมีโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 70% ในเดือน ธ.ค. นี้
น้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 50.44 เหรียญ/บาร์เรล หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ ซึ่งแม้ว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น 4.9 ล้านบาร์เรล แต่สต็อกน้ำมันเบนซินกลับปรับตัวลง 1.9% และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี ที่ระดับ 7.969 ล้านบาร์เรล/วัน ต่ำสุดนับตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2015