• ค่าเงินดอลลาร์ปรับอ่อนค่าลงอีก 0.1% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่บริเวณ 110.99 เยน/ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการเมืองสหรัฐฯก่อนหน้าการประชุมเฟดที่จะเริ่มต้นในคืนนี้เป็นวันแรก ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเงียบเหงาเนื่องจากขาดปัจจัยทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวอยู่แถวระดับ 93.919 จุด เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักส่วนใหญ่
• ความเชื่อมั่นในตลาดต่างยังคงถูกจำกัด เนื่องจากบรรดานักลงทุนรอคอยเหตุการณ์เสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการประชุมของเฟดประจำเดือนก.ค. ประกอบกับข้อมูลจีดีพีสหรัฐฯ ประจำไตรมาสที่ 2/2017 ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะประเด็นมุมมองค่าเงินเฟ้อของเฟด.
• ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดอาวุโสของ OANDA กล่าวว่า ในระยะสั้นค่าเงินดอลลาร์ถูกดดันจากประเด็นทางการเมืองของนายทรัมป์เป็นสำคัญ
ขณะที่ความเชื่อมั่นในตลาดต่างยังคงถูกจำกัด เนื่องจากบรรดานักลงทุนรอคอยเหตุการณ์เสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการประชุมของเฟดประจำเดือนก.ค. ประกอบกับข้อมูลจีดีพีสหรัฐฯ ประจำไตรมาสที่ 2/2017 ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะประเด็นมุมมองค่าเงินเฟ้อของเฟด
• นักวิเคราะห์จากหลายสำนักชี้ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์จะสามารถช่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯได้ต่อไปสักระยะ โดยเฉพาะหุ้นบริษัทในกลุ่มของสินค้าโภคภันฑ์และการค้าระหว่างประเทศ โดยจะสามารถเห็นได้จากดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงไปแล้วกว่า 8% ในปีนี้ ขณะที่ดัชนี S&P 500 กลับปรับตัวขึ้นได้ 10.3%
• นายเจเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงให้การยืนยันว่าระหว่างช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้ทำการทุจริตใดๆเพื่อให้การสนับสนุนบิดาของเขา
• เมื่อวานนี้ นายจอห์น แมคเคน สมาชิกวุฒิสภาของพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า จะกลับมาปฏิบัติงานอีกครั้งในสภาคองเกรส เพื่อหารือเกี่ยวกับกับร่างกฎหมายสำคัญอีกครั้งในวันนี้ หลังจากที่พักรักษาตัวเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในวันนี้คาดว่าจะมีการดำเนินงานเกี่ยวกับ แผนปฏิรูปโครงการสุขภาพ, กฎหมายความมั่นคงแห่งสหรัฐฯ และการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อรัสเซีย อิหร่าน และเกาหลีเหนือ
• จากรายงานการประชุม BoJ ประจำวันที่ 15-16 มิถุนายนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าบรรดาสมาชิก BoJ มีความเห็นว่า จังหวะการยกเลิกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจยังคงต้องรอให้ข้อมูลเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีความแข็งแกร่งชัดเจนกว่านี้ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อที่ยังห่างระดับเป้าหมานที่ 2% เพื่อให้ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจน้อยที่สุด ขณะที่สมาชิกบางส่วนต้องการจะอธิบายให้ตลาดทราบถึงแนวทางการดำเนินการ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างละเอียดเสียก่อนที่จะยกเลิกนโยบายจริง
• SIC ระบุว่า เศรษฐกิจจีนในปีนี้ขยายตัวประมาณ 6.7% ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยขยายตัวช้ากว่าครึ่งปีแรก โดยถูกกดดันจากการชะลอตัวของการส่งออกและการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนตัวลง
ขณะที่เศรษฐกิจจีนขยายตัวที่ระดับ 6.9% ในไตรมาสที่สองจากปีก่อนหน้า ซึ่งดีกว่าที่คาดเล็กน้อยโดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัว โดยรายงานจาก China Securities Journa คาดว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวอยู่ที่ระดับ 6.8%
• ราคาน้ำมันปรับขึ้นหลังซาอุดิอาระเบียยืนยันจะจำกัดการส่งออกน้ำมันภายในเดือนหน้า ขณะที่ประเทศสมาชิกกลุ่มโอเปกระบุจะให้ความร่วมมือปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันมากขึ้นเพื่อช่วยผ่อนคลายภาวะอุปทานล้นตลาด นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนเข้ามาในราคาน้ำมันหลังมีรายงานข่าวระบุว่าปริมาณน้ำมันในอเมริกาเหนือเริ่มส่งสัญญาณการปรับลดลง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนกันยายน ปรับขึ้น 0.5% ที่ระดับ 48.82 เหรียญ/บาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบWTI ปรับขึ้น 0.5% ที่ระดับ 46.57 เหรียญ/บาร์เรล